TEI ร่วมกับกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น ร่าง Climate-Resilient City Framework — กรอบเครื่องมือใหม่ช่วยเมืองไทยรับมือวิกฤตสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นระบบ

15 มิถุนายน 2569 สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) นำโดย คุณธนิรัตน์ ธนวัฒน์ ผู้จัดการโครงการอาวุโส ดร.เบญจมาส โชติทอง ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาโครงการและแผนงาน และทีมนักวิจัย TEI พร้อมด้วย ผศ.ดร.ฆริกา คันธา สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ร่วมนำเสนอผลงานและรับฟังความคิดเห็นต่อร่าง Climate-Resilient City Framework (CRCF) จากผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิจากภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และองค์กรระหว่างประเทศ

ในโอกาสนี้ ได้รับเกียรติจาก นางสาวอุมา ศรีสุข ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการมีส่วนร่วมต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมกล่าวต้อนรับและเปิดการประชุม

การพัฒนากรอบ CRCF มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเครื่องมือเชิงระบบที่ช่วยสนับสนุนการวางแผนและดำเนินงานด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพร้อมทั้งเสริมสร้างศักยภาพและยกระดับการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมท้องถิ่น เพื่อให้เมืองพร้อมรับปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ขอบเขตของ CRCF มุ่งเน้นการนำไปใช้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในระดับ เทศบาลตำบล เทศบาลเมือง และเทศบาลนคร โดยครอบคลุมความเสี่ยงหลัก 2 ประเภท ได้แก่ ภัยจากเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว (Extreme weather events) เช่น น้ำท่วม ภัยแล้ง และคลื่นความร้อน รวมถึง ความเสี่ยงแบบสะสมระยะยาว (Slow on-set) ที่ก่อให้เกิดความเสียหายที่แก้ไขคืนได้ยากในอนาคต

ร่างกรอบ CRCF ครอบคลุม 5 มิติหลัก และ 25 มิติย่อย ได้แก่
1.) มิติโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค
2.) มิติธรรมาภิบาลและสถาบัน
3.) มิติสภาพธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
4.) มิติเศรษฐกิจและความยั่งยืนทางการเงิน
5.) มิติสุขภาพและความครอบคลุมทางสังคม

จุดเด่นสำคัญ: CRCF ไม่ได้มุ่งเพียงการให้คะแนนหรือจัดอันดับเมือง แต่ถูกออกแบบให้เป็น เครื่องมือเพื่อการเรียนรู้และพัฒนาเมืองอย่างต่อเนื่องโดยช่วยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าใจความเสี่ยงของตนเอง กำหนดลำดับความสำคัญ และแปลงผลการประเมินไปสู่แผนงานและการลงทุนได้อย่างเป็นรูปธรรม

ผู้เชี่ยวชาญได้ให้ข้อเสนอแนะในรายมิติที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาร่าง CRCF ซึ่งทีมวิจัยของ TEI จะนำไปปรับปรุงและพัฒนาร่างกรอบฯ ให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ก่อนนำเสนอร่างฯและรับฟังความคิดเห็นจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเวทีครั้งถัดไป