TEI จับมือ เครือข่ายเกาะลันตา ร่วมสัมมนาวิชาการชาวเกาะ เพื่อการท่องเที่ยวเกาะยั่งยืนประเทศไทย ครั้งที่ 4

11-13 มิถุนายน 2569 TEI นำโดยคุณพวงผกา ขาวกระโทก และเครือข่ายเกาะลันตา เข้าร่วมงานสัมมนาวิชาการชาวเกาะเพื่อการท่องเที่ยวเกาะอย่างยั่งยืนประเทศไทย ครั้งที่ 4 และการประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อเสริมสร้างเครือข่ายการท่องเที่ยวทางทะเลอย่างยั่งยืน ณ เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี

สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ภายใต้ Strengthening Community Waste Management in ASEAN–China Project (SWAC) เข้าร่วมสะท้อนข้อมูลจากกิจกรรมเก็บขยะทะเล “30+ Islands Clean-Up: So Cool Mission 2026” เป็นสะพานเชื่อมโยงข้อมูลด้านวิชากรเข้ากับพลังชาวเกาะ เพื่อผลักดันให้เกิดนโยบายการจัดการขยะทะเลที่ทำได้จริง และเหมาะสมกับพื้นที่ นำไปสู่การปกป้องระบบนิเวศทางทะเลและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของชุมชนชาวเกาะ นอกจากนี้ได้เยี่ยมชมโมเดลการจัดเก็บขยะเศษอาหารของป้านุ้ย-ลุงเจตน์ เกาะสมุย สะท้อนให้เห็นว่าการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมระดับโลก เริ่มต้นได้จากระดับครัวเรือน การจัดการขยะอินทรีย์ตั้งแต่ต้นทางไม่เพียงแต่ช่วยลดงบประมาณในการขนส่งและฝังกลบขยะของเทศบาลลงได้อย่างมหาศาล แต่ยังช่วยคืนความสมบูรณ์ให้แก่ดินในรูปแบบของเกษตรอินทรีย์ เป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนให้เกาะสมุยเดินหน้าสู่การเป็น Green Island หรือเกาะสีเขียวที่ยั่งยืน

สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเกาะลันตานำโดยนายวิชิต ยะลา และนายธีรพจน์ กษิรวัฒน์ นายกและที่ปรึกษาสมาคม ร่วมแลกเปลี่ยรการยกระดับขีดความสามารถด้านการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมทางทะเลที่ยั่งยืน สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์และการขับเคลื่อนที่เข้มแข็งของภาคเอกชนในพื้นที่เกาะลันตา โดยมีเป้าหมายร่วมกันคือการรักษา "ต้นทุนทางธรรมชาติ" ของเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ให้คงความสมบูรณ์ ควบคู่ไปกับการเติบโตทางเศรษฐกิจผ่านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

วิสาหกิจชุมชนบ้านทุ่งหยีเพ็ง นำโดยนายนราธร หงษ์ทอง ร่วมเป็นวิทยากรพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก สู่การท่องเที่ยวยั่งยืน โดยมีประเด็นสำคัญจากการแลกเปลี่ยน "เศรษฐกิจฐานรากจะแข็งแกร่งได้ ชุมชนต้องเป็นเจ้าของและเป็นผู้กำหนดทิศทางตัวเอง" การท่องเที่ยวยั่งยืนไม่ได้เกิดจากการห้ามพัฒนา แต่เกิดจากการพัฒนาที่เข้าใจสมดุลระหว่าง คน ธรรมชาติ และรายได้ ซึ่งเป็นต้นแบบที่ชุมชนอื่นทั่วประเทศสามารถนำไปปรับใช้ได้เป็นอย่างดี

งานสัมมนาในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึง พลังของชาวเกาะ ความร่วมมืออย่างไร้รอยต่อ เพื่อร่วมกันสร้างเส้นทางใหม่ของการท่องเที่ยวเกาะที่ช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศ สร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนอย่างสมดุลและยั่งยืน