ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการ TEI บรรยายพิเศษเวที 3RINCs 2026 ชูเศรษฐกิจหมุนเวียนพลาสติก หนุนไทยสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 (In Thai)

9 มีนาคม 2569 ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ในฐานะประธานสมาคม PPP Plastics ประธานคณะกรรมการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO) และประธานสมาคม Thai SCP Network ได้รับเกียรติเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษในการประชุมวิชาการนานาชาติ The 12th 3R International Scientific Conference on Material Cycles and Waste Management (3RINCs 2026) ภายใต้หัวข้อ "Innovation Beyond Net Zero" จัดโดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ร่วมกับสมาคมด้านการจัดการขยะจากญี่ปุ่น เกาหลี และภาคีระดับนานาชาติ ณ โรงแรม Grande Centre Point Prestige Bankok

ดร.วิจารย์ บรรยายในหัวข้อ "Circular Economy of Plastic Waste in Support of Thailand's Net Zero Target" โดยนำเสนอภาพรวมสถานการณ์ขยะพลาสติกของโลกและประเทศไทย พร้อมชี้ให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างวิกฤตพลาสติกกับเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ โดยระบุว่าในปี 2568 ไทยมีขยะมูลฝอยสูงถึง 27–28 ล้านตันต่อปี ในจำนวนนี้เป็นขยะพลาสติกถึง 2.3 ล้านตัน แต่มีการรีไซเคิลเพียงร้อยละ 25 เท่านั้น ส่งผลให้ประเทศไทยสูญเสียมูลค่าวัตถุดิบพลาสติกที่ยังไม่ได้รับการนำกลับมาใช้ประโยชน์กว่า 100,000 ล้านบาทต่อปี และยังถูกจัดอันดับให้เป็นประเทศที่มีขยะพลาสติกจัดการไม่ถูกต้องในบริเวณชายฝั่งมากเป็นอันดับ 8 ของโลก

ดร.วิจารย์ ได้นำเสนอกรอบนโยบายสำคัญของไทย ได้แก่ Roadmap การจัดการขยะพลาสติก พ.ศ. 2561–2573 และแผนปฏิบัติการจัดการขยะพลาสติก ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566–2570) ซึ่งตั้งเป้าลดขยะพลาสติกสู่หลุมฝังกลบให้เหลือศูนย์และนำพลาสติกเป้าหมายกลับเข้าสู่ระบบรีไซเคิล 100% ภายในปี 2570 รวมถึงได้ชี้แจงความคืบหน้าของกฎหมาย EPR (Extended Producer Responsibility) หรือหลักการรับผิดชอบขยายของผู้ผลิต ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการนำเสนอคณะรัฐมนตรีเป็นครั้งที่ 2 และคาดว่าจะบังคับใช้ได้ในปี 2571 โดยครอบคลุมวัสดุบรรจุภัณฑ์ทั้งพลาสติก แก้ว โลหะ กระดาษ และวัสดุผสม

ในส่วนของผลลัพธ์จากการดำเนินงานภายใต้ PPP Plastics ดร.วิจารย์ ได้นำเสนอโครงการต้นแบบที่สำคัญ อาทิ โครงการ Rayong Less-Waste ที่ครอบคลุม 68 อปท. ในจังหวัดระยอง สามารถนำพลาสติกกลับเข้าระบบได้กว่า 3,700 ตัน สร้างรายได้ให้ชุมชนกว่า 15 ล้านบาทนับตั้งแต่ปี 2561 และ Ban Chang MRF ซึ่งเป็นศูนย์คัดแยกวัสดุเพื่อการหมุนเวียนพลาสติกแห่งแรกของไทยในรูปแบบวิสาหกิจเพื่อสังคม ณ อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 93,400 กิโลกรัม CO₂eq นอกจากนี้ ยังมี Smart Recycling Hub ซึ่งตั้งเป้าดึงพลาสติกคุณภาพสูงกลับเข้าระบบไม่น้อยกว่า 50,000 ตันต่อปี ภายในปี 2569

ดร.วิจารย์ ยังได้นำเสนอเส้นทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย (Decarbonization Pathway) โดยระบุว่าไทยมีเป้าหมาย NDC 3.0 คือการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในเชิงสัมบูรณ์ถึงร้อยละ 47 เมื่อเทียบกับปีฐาน 2562 ภายในปี 2578 และมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนและ Net Zero ภายในปี 2593 โดยเน้นว่าเศรษฐกิจหมุนเวียนพลาสติกเป็นเครื่องมือสำคัญในการบรรลุเป้าหมายดังกล่าว ซึ่งตามการประมาณการของธนาคารโลก ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนอาจสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้ถึง 1.2% ของ GDP หรือราว 230,000 ล้านบาท และรองรับการจ้างงานใหม่เกือบ 160,000 ตำแหน่งภายในปี 2573

การบรรยายสรุปด้วยบทเรียนสำคัญในกรอบ PEER ซึ่งประกอบด้วย Policy (นโยบายสู่กฎหมาย) Engagement (การมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ) Execution (การบังคับใช้และการจัดองค์กร) และ Realization (การสะท้อนและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง) พร้อมส่งสารสำคัญถึงผู้เข้าร่วมประชุมว่า การแก้ปัญหาขยะพลาสติกและการบรรลุเป้าหมาย Net Zero ไม่อาจสำเร็จได้โดยลำพัง แต่ต้องอาศัยพลังของทุกภาคส่วนร่วมสร้างอนาคตที่ยั่งยืนไปด้วยกัน