28 ตุลาคม 2569 ประเทศสิงคโปร์ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย หรือ TEI ถ่ายทอดประสบการณ์การดำเนินงานฉลากเขียวของประเทศไทยบนเวที GENFast ภายใต้การประชุมประจำปีเครือข่ายฉลากสิ่งแวดล้อมโลก หรือ Global Ecolabelling Network Annual General Meeting (GEN AGM) 2026 ณ ประเทศสิงคโปร์ โดย ดร.ถนอมลาภ รัชวัตร์ นักวิจัยอาวุโส ร่วมนำเสนอมุมมองการยกระดับฉลากสิ่งแวดล้อมจากการรับรองผลิตภัณฑ์ สู่การประเมินผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อม ตลาด และสังคมอย่างเป็นรูปธรรม
การนำเสนอหัวข้อ **“Beyond the Logo: Measuring the Impact of Thailand Green Label”** เป็นส่วนหนึ่งของช่วงแลกเปลี่ยนกรณีศึกษาด้านการวัดผลกระทบของฉลากสิ่งแวดล้อม หรือ Impact Measurement for Ecolabels Case Studies ร่วมกับ EDF Green Mark (ไต้หวัน) และ TCO Certified พร้อมเปิดเวทีหารือระหว่างสมาชิก เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวทางพัฒนาการประเมินผลของโครงการฉลากสิ่งแวดล้อม
ประเด็นสำคัญคือ การประเมินความสำเร็จของฉลากสิ่งแวดล้อมควรมองให้ไกลกว่าจำนวนผลิตภัณฑ์หรือบริษัทที่ได้รับการรับรอง โดยติดตามว่าข้อกำหนดและการรับรองนำไปสู่การปรับปรุงผลิตภัณฑ์ การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การลดสารอันตราย และการเปลี่ยนแปลงการตัดสินใจซื้อได้อย่างไร ก่อนต่อยอดสู่การประเมินประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
ดร.ถนอมลาภ ถ่ายทอดแนวทางพิจารณาผลการดำเนินงานในสามระดับ ได้แก่ **ผลผลิต** เช่น เกณฑ์และผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรอง **ผลลัพธ์** เช่น การปรับปรุงกระบวนการผลิตและการเพิ่มทางเลือกสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และ **ผลกระทบระยะยาว** เช่น การลดการใช้ทรัพยากร มลพิษ และการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยข้อมูลและวิธีประเมินที่เหมาะสมมาสนับสนุน
ประสบการณ์ของฉลากเขียวไทยยังแสดงให้เห็นบทบาทของเกณฑ์สิ่งแวดล้อมในการส่งเสริมการพัฒนาสินค้าและบริการตลอดวัฏจักรชีวิต ตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ การผลิต การใช้งาน ไปจนถึงการจัดการเมื่อสิ้นอายุ โดยจะหยิบยกตัวอย่างจากสีและสารเคลือบผิว หม้อแปลงไฟฟ้า กระดาษและผลิตภัณฑ์สิ่งพิมพ์ ตลอดจนบริการทำความสะอาด เพื่ออธิบายความเชื่อมโยงระหว่างข้อกำหนดของฉลากกับประเด็นสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง
อีกประเด็นสำคัญคือ การจัดซื้อจัดจ้างสีเขียวในฐานะกลไกสร้างความต้องการของตลาด ซึ่งช่วยเชื่อมเกณฑ์รับรองเข้ากับการเลือกซื้อของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน และสร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การประเมินประโยชน์ที่เกิดขึ้นให้ชัดเจนยิ่งขึ้นยังต้องเชื่อมโยงข้อมูลปริมาณการจัดซื้อ สมรรถนะผลิตภัณฑ์ และข้อมูลวัฏจักรชีวิต รวมถึงข้อมูลฐานสำหรับเปรียบเทียบ
TEI ร่วมแบ่งปันทิศทางการพัฒนางานในระยะต่อไป ทั้งการยกระดับคุณภาพข้อมูล การพัฒนาตัวชี้วัดและวิธีประเมินร่วมกัน การใช้เครื่องมือดิจิทัล และการเสริมความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐ ภาคธุรกิจ และเครือข่ายนานาชาติ เพื่อให้ผลการประเมินสามารถนำไปใช้สนับสนุนนโยบาย การจัดซื้อ และการสื่อสารกับผู้บริโภคได้อย่างน่าเชื่อถือ พร้อมผลักดันแนวคิด **“วัดผลสิ่งที่สำคัญ และใช้หลักฐานขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง”** เพื่อให้ฉลากสิ่งแวดล้อมสร้างคุณค่าที่เชื่อมโยงถึงผู้ผลิต ผู้ซื้อ และคุณภาพสิ่งแวดล้อมได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

Share: