TEI ร่วมกับกลุ่มงานภารกิจด้านความมั่นคง จังหวัดเชียงราย สนับสนุนการอบรมเพิ่มประสิทธิภาพอาสาลาดตระเวนรับมือไฟป่า ฝุ่นPm2.5 และหมอกควันข้ามอำเภอเทิงและอำเภอขุนตาล (In Thai)

26-27 มีนาคม 2569 สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย หรือ TEI ภายใต้โครงการพัฒนาความร่วมมือเมืองคู่ขนาน ไทย–ลาว–เมียนมา เพื่อขับเคลื่อนการจัดการและลดมลพิษหมอกควันข้ามแดน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับที่ทำการปกครองจังหวัดเชียงราย และภาคีเครือข่ายในระดับพื้นที่ สนับสนุนการจัดโครงการฝึกอบรมเพิ่มประสิทธิภาพชุดลาดตระเวนป้องกันและดับไฟป่า ในพื้นที่ตำบลเสี่ยงเกิดไฟป่า รุ่นที่ 6 ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย โดยได้รับเกียรติจาก นายรุจติศักดิ์ รังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ โดยได้มอบนโยบายและแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า รวมถึงฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ของจังหวัดเชียงราย พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วนในการเฝ้าระวังและลดการเผาในพื้นที่

ในการนี้ นางสาววิลาวรรณ น้อยภา หัวหน้าโครงการฯ ได้มอบหมายให้ คณะนักวิจัยโครงการ เข้าร่วมการอบรมโดยเนื้อหาการฝึกอบรม มุ่งเน้นการถ่ายทอดองค์ความรู้และเสริมสร้างทักษะที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานจริง ครอบคลุมทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ อาทิ หลักความปลอดภัยในการควบคุมไฟ เทคนิคการลาดตระเวนอย่างปลอดภัย การดับไฟป่าขั้นสูง การตรวจสอบจุดความร้อน (Hotspots) การปฐมพยาบาลและการช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บฉุกเฉินในพื้นที่ป่า เทคนิคการลาดตระเวนอย่างปลอดภัย หลักความปลอดภัยในการควบคุมไฟ และการปฏิบัติงานร่วมกันอย่างมีระบบ ตลอดจนความรู้ด้านกฎหมายและสิทธิประโยชน์ของผู้ปฏิบัติงาน โดยได้รับการสนับสนุนวิทยากรจากหน่วยงานภาคีเครือข่ายของศูนย์ปฏิบัติการหมอกควัน ไฟป่า และฝุ่น PM 2.5 จังหวัดเชียงราย โดยการฝึกอบรมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมจำนวน 150 คน จากอำเภอเทิงและอำเภอขุนตาล ซึ่งเป็นพื้นที่ตำบลที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่า

นอกจากนี้ ยังมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และถอดบทเรียนจากการปฏิบัติงานจริง เพื่อยกระดับความพร้อมของชุดลาดตระเวนในระดับพื้นที่ ให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย การดำเนินโครงการดังกล่าว ถือเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน และสนับสนุนการลดการเผาในพื้นที่ต้นเหตุ อันจะนำไปสู่การลดปัญหาไฟป่า หมอกควันข้ามแดน และฝุ่น PM2.5 อย่างยั่งยืน