TEI ร่วมกับภาคี จัด Kick Off เปิดธนาคารปุ๋ยหมู่บ้านจู้จี้ วาวีวิถีเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมเกษตรลดเผา หมุนเวียนเศษวัสดุอินทรีย์ใช้ประโยชน์ (In Thai)

17 มีนาคม 2569 สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย หรือ TEI โดยโครงการพัฒนาความร่วมมือเมืองคู่ขนาน ไทย–ลาว–เมียนมา เพื่อขับเคลื่อนการจัดการและลดมลพิษหมอกควันข้ามแดน ภายใต้การสนับสนุนของ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร และโครงการพัฒนากลไกความร่วมมือขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการร่วมยุทธศาสตร์ฟ้าใส (CLEAR Sky Strategy) เพื่อลดมลพิษหมอกควันข้ามแดน  ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โดยมีนางสาวทิฆัมพร น้อยกล่ำ ผู้แทน สวก.ให้เกียรติเข้าร่วมให้กำลังใจเปิดธนาคารปุ๋ยชุมชน ร่วมกับผู้แทนภาคีความร่วมมือ โดยนางสาววิลาวรรณ น้อยภา หัวหน้าโครงการฯ ได้มอบหมายนางสาวสุทัสสา วงศ์ราช ผู้จัดการโครงการ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย พร้อมด้วยคณะนักวิจัยโครงการ และผู้เข้าร่วมกว่า 150 คน  ณ บ้านจู้จี้ ตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย

โดยได้รับเกียรติจาก นายปฤษฎางค์ สามัคคีนิชย์ นายอำเภอแม่สรวย เป็นประธานกล่าวเปิดธนาคารปุ๋ยชุมชน  พร้อมนายอาชู จูเปาะ รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลวาวี นายสุทัศน์ บุญเป็ง นักวิชาการส่งเสริมและพัฒนา 5 สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) นายนิสิต บุญเพ็ง ผู้อำนวยการ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรที่สูงเชียงราย นางจันทนา พรมเมือง ตัวแทนศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยผู้นำท้องที่ตำบลวาวี เข้าร่วมเปิดงานและให้กำลังใจผู้นำหมู่บ้านและสมาชิกชุมชนบ้านจู้จี้ ในการเป็นหมู่บ้านต้นแบบด้านการส่งเสริมเกษตรลดการเผา โดยเน้นการรวบรวมเศษวัสดุเหลือใช้และนำกลับมาใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า ผ่านกลไกคณะทำงานชุมชนที่เข้มแข็ง ซึ่งร่วมกันขับเคลื่อนและเป็นแบบอย่างที่ดี พร้อมทั้งมีเป้าหมายขยายผลสู่หมู่บ้านใกล้เคียงในตำบลวาวี และอำเภอแม่สรวยต่อไป วาวี วิถีลดการเผา ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของชุมชนในการร่วมกันดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผ่านการส่งเสริมเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยลดการเผาในพื้นที่การเกษตร และนำเศษวัสดุเหลือใช้ เช่น ใบไม้ กิ่งไม้ ฟาง ซังข้าวโพด และวัสดุอินทรีย์ต่าง ๆ มารวบรวมและแปรรูปเป็นปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อนำกลับมาใช้ประโยชน์ในชุมชน ธนาคารปุ๋ยหมู่บ้านจึงเป็นศูนย์กลางการจัดการทรัพยากรของชุมชน ที่ช่วยเปลี่ยน “ของเหลือ” ให้กลายเป็น “ของมีค่า” ช่วยลดต้นทุนการผลิต เสริมสร้างความสามัคคี และลดปัญหาหมอกควันจากการเผาได้อย่างเป็นรูปธรรม

การจัดตั้งธนาคารปุ๋ยหมู่บ้านบ้านจู้จี้ในครั้งนี้ นับเป็นแนวปฏิบัติที่ดี โดยมุ่งนำวัสดุทางการเกษตรที่เคยถูกเผาทิ้งหลังฤดูเก็บเกี่ยว เช่น ซังข้าวโพด ใบไม้ และเปลือกถั่ว มาแปรรูปเป็นปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพ พร้อมเปิดโอกาสให้ชาวบ้านได้เรียนรู้และลงมือปฏิบัติจริงในทุกขั้นตอน รวมถึงสามารถนำปุ๋ยกลับไปใช้ในแปลงเกษตรของตนเองได้ ทั้งนี้ ได้มีการสาธิตการทำปุ๋ยจำนวน 4 เสวียน ปริมาณรวม 10 ตัน ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 3 เดือนก่อนนำปุ๋ยอินทรีย์ที่ได้กลับไปใช้ในแปลงเกษตร อันจะเป็นกลไกสำคัญในการสร้างเครือข่ายการเรียนรู้และขับเคลื่อนการลดการเผาในพื้นที่ตำบลวาวีอย่างต่อเนื่อง