สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ร่วมขับเคลื่อนการประชุม Joint Task Force ครั้งที่ 2 ภายใต้ยุทธศาสตร์ฟ้าใส ลดหมอกควันข้ามแดน ไทย–ลาว–เมียนมา (In Thai)

สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (Thailand Environment Institute: TEI) นำโดย ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย พร้อมด้วย ดร.จีรนุช ศักดิ์คำดวง หัวหน้าโครงการกลไกความร่วมมือขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการร่วมยุทธศาสตร์ฟ้าใส (CLEAR Sky Strategy) เพื่อลดมลพิษหมอกควันข้ามแดน และคณะวิจัย ร่วมกับ กรมควบคุมมลพิษ และ องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) จัดการประชุม Joint Task Force ครั้งที่ 2 ภายใต้แผนปฏิบัติการร่วมยุทธศาสตร์ฟ้าใส (CLEAR Sky Strategy) ระหว่างวันที่ 21–22 มกราคม 2569 ณ กรุงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยมีผู้แทนจากคณะทำงานทั้ง 3 ประเทศ ได้แก่ ไทย สปป.ลาว และเมียนมา เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อเสนอเชิงนโยบายอย่างเข้มข้น

การประชุมครั้งนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควัน การกำหนดทิศทางการทำงานร่วมกัน ตลอดจนการพัฒนากลไกและแนวทางการดำเนินงานในระดับภูมิภาค อาทิ การพัฒนาระบบติดตามและคาดการณ์สถานการณ์หมอกควันร่วม การจัดทำแผนที่ความเสี่ยงการเกิดไฟ การรณรงค์เสริมสร้างความตระหนักและการอบรมนักดับไฟในพื้นที่ เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านการป้องกัน ควบคุม และลดผลกระทบจากมลพิษทางอากาศข้ามแดนอย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ TEI ร่วมกับ GIZ ยังได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นการพัฒนาแผนที่ความเสี่ยงการเกิดไฟและแพลตฟอร์ม Air4Mekong ซึ่งเป็นระบบเฝ้าระวังคุณภาพอากาศและหมอกควันที่เชื่อมโยงข้อมูลจากทั้ง 3 ประเทศ เพื่อสนับสนุนการติดตามสถานการณ์ การเปิดเผยข้อมูลเชิงพื้นที่ โดยมีการระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับความท้าทายและข้อจำกัด ความต้องการ และโอกาสความร่วมมือของแต่ละประเทศ ซึ่งข้อมูลที่ได้จะถูกนำไปใช้เป็นฐานข้อมูลสำคัญในการสนับสนุนการดำเนินงานและการขยายผลในอนาคต ตลอดจนเป็นแนวทางในการพัฒนาความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์กับพันธมิตรทั้งในระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ

การประชุม Joint Task Force ครั้งที่ 2 และการระดมความคิดเห็นในครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างประเทศในการผนึกกำลังแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดน และสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสนับสนุนการพัฒนานโยบายและการดำเนินงานด้านการจัดการมลพิษหมอกควันข้ามแดนอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป