8 กันยายน 2564 | 15:49 น.

โรฒ-2020 ถุงเพาะกล้ารักษ์โลก ผลงานมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ชุมชนทำเองได้

แต่ละปีประเทศไทยมีการใช้ถุงเพาะปลูกพืชประมาณ 100 ล้านใบ กว่าครึ่งหนึ่งทำมาจากถุงพลาสติกที่ใช้เวลาย่อยสลายนานหลายร้อยปี ก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นขยะที่มีมลพิษทั้งบนพื้นดิน

ผศ.ศิวโรฒ บุญราศรี ประจำสาขาเทคโนโลยียางและพอลิเมอร์ คณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เผยว่า แต่ละปีประเทศไทยมีการใช้ถุงเพาะปลูกพืชประมาณ 100 ล้านใบ กว่าครึ่งหนึ่งทำมาจากถุงพลาสติกที่ใช้เวลาย่อยสลายนานหลายร้อยปี ก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นขยะที่มีมลพิษทั้งบนพื้นดิน จึงได้คิดค้นถุงเพาะชำกล้าไม้ที่วัสดุที่ย่อยลายได้เร็ว “โรฒ-2020 (ROT-2020)” ขึ้นมาเพื่อเป็นทางเลือกในการแก้ปัญหาขยะพลาสติกให้กับเกษตรกร

“เป็นถุงเพาะกล้าไม้ที่ทำมาจากกระดาษ สามารถนำกระดาษอะไรก็ได้มาทำ ไม่ว่าจะเป็นกระดาษคราฟต์น้ำตาล กระดาษชานอ้อย กระดาษใบสับปะรด กระดาษใบกล้วย จากแหล่งชุมชน กระดาษเหลือใช้จากสำนักงาน ทำได้หมด เพียงแต่นำกระดาษเหล่านั้นมาเคลือบด้วยส่วนผสมของแป้งและน้ำยางพารา และเมื่อเคลือบจนแห้งแล้วจึงนำมาขึ้นรูปเป็นถุงเพาะชำกล้าไม้”

ผศ.ศิวโรฒ บอกว่า ด้วยคุณสมบัติของวัสดุแต่ละอย่างที่นำมาทำเป็นถุงเพาะกล้าไม้ โรฒ-2020 จะช่วยเสริมคุณสมบัติซึ่งกันและกัน ยางพาราทำหน้าที่ป้องกันการซึมผ่านของน้ำ แป้งข้าวเหนียวทำให้ย่อยสลายได้ง่าย กระดาษช่วยยึดโครงสร้างถุงให้แข็งแรงเลยทำให้ได้ถุงเพาะชำกล้าไม้ที่สามารถใช้งานได้ดีและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สามารถย่อยสลายได้ในระยะเวลาเพียง 7 เดือน หรือ 1 ปีเท่านั้น

 

นอกจากจะมีประโยชน์ทางตรงในการเพาะกล้าไม้ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ถุงโรฒ-2020 ยังเป็นถุงเพาะกล้าไม้ย่อยสลายได้เร็วที่ชุมชน เกษตรกรสามารถผลิตใช้ได้เอง อีกทั้งช่วยสนับสนุนนโยบายของรัฐในการสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตร ยางพารา และมันสำปะหลัง วัสดุชีวภาพ วัสดุสีเขียว และเศรษฐกิจหมุนเวียน รวมถึงด้านเศรษฐกิจ ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตร ยางพารา มันสำปะหลัง ได้ถุงเพาะชำที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เกิดการไหลวนของระบบเศรษฐกิจในประเทศ เพราะแต่ละปีมีการใช้มากถึง 100 ล้านใบต่อปี

แม้ในขณะนี้ต้นทุนการผลิตจะอยู่ที่ประมาณใบละ 80 สตางค์ แต่ในอนาคตซึ่งกำลังอยู่ในการขอจดสิทธิบัตรเพื่อผลิตเชิงพาณิชย์ จะทำให้ต้นทุนการผลิตถูกลง จะเป็นอีกทางเลือกให้กับเกษตรกรได้ทำการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

ขณะนี้ได้เตรียมฝึกอบรมให้กับเกษตรกรและชาวชุมชนที่สนใจ สอบถามได้ที่ ผศ.ศิวโรฒ 09-0519-4926 หรือ E-mail: siwarote.b@mju.ac.th


ที่มา https://khao24h.net/share/news-3-1-4a45938c405a41c82dfd168693aaea06?utm_source=app&utm_campaign=client_share