ชุมชนเมือง ความเปราะบางต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

 
28 มีนาคม 2565 | 20:08 น.
ชุมชนเมือง พัฒนาและเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่การวางแผนยังไม่เพียงพอและทันกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ทั้งจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากร ความต้องการและเข้าถึงทรัพยากร รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ส่งผลให้เกิดปัญหาด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ตามมามากมาย

ประกอบกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จะยิ่งซ้ำเติมปัญหาที่เกิดจากการพัฒนาเมืองให้มีความรุนแรงมากยิ่งขี้น โดยเฉพาะปัญหาที่เกี่ยวข้องทางด้านน้ำ ทั้งน้ำท่วม น้ำแล้ง และการขาดแคลนน้ำ นอกจากนี้ยังรวมไปถึงเหตุการณ์วิกฤตที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันและไม่มีการวางแผนล่วงหน้ามาก่อน 

ล้วนแล้วแต่ส่งผลให้การบริหารจัดการเมืองมีความยากและสลับซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ซึ่งวิกฤตทางด้านอากาศและภัยพิบัติยังคงมีแนวโน้มทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อคน กลุ่มคน ชุมชนต่างๆ อย่างไม่เท่าเทียมกัน

ประเทศไทยได้ถูกจัดเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดอันดับที่ 9 ของโลก ที่จะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (รายงาน Global Climate Risk Index 2021 ของ German watch) ซึ่งวิกฤตทางด้านอากาศและภัยพิบัติยังคงมีแนวโน้มทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น 

อีกทั้งคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Intergovernmental Panel on Climate Change หรือ IPCC) ได้เผยแพร่รายงานฉบับล่าสุดเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ที่ผ่านมา ชี้ให้เห็นว่า "โลกไม่สามารถหวนกลับไปแก้ไขปัญหาที่สะสมมาได้อีกแล้ว” นั่นคือ การดำเนินการลดก๊าซเรือนกระจกไม่สามารถดำเนินการให้เป็นไปตามเป้าหมายตามข้อตกลงปารีสเพื่อลดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิของโลกได้อีกต่อไป 

ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะหนักและรุนแรงมากขึ้น ทุกคนบนโลกจะเผชิญกับผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยประเทศที่ยากจนและด้อยพัฒนา ขาดแคลนทรัพยากร ขาดการสนับสนุนปัจจัยที่สำคัญในการปรับตัวจะได้รับผลกระทบหนักมากที่สุด 

ปัจจุบันยังมีชุมชนเมืองในประเทศไทย ที่กำลังเผชิญกับผลกระทบ ทั้งจากการพัฒนาเมืองและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อาทิ 

  • ชุมชนบ่อยางที่ตั้งอยู่ในอำเภอบ่อยาง จังหวัดสงขลา เป็นชุมชนยากจนในเมืองและตั้งบ้านเรือนในพื้นที่ราบชายฝั่งทะเลซึ่งได้รับผลกระทบจากการกัดเซาะชายฝั่ง 
  • ชุมชนมิตรภาพและชุมชนศรีฐาน เมืองขอนแก่น เป็นชุมชนคนจนเมืองที่ตั้งถิ่นฐานแบบไม่เป็นทางการ อาศัยอยู่ริมทางรถไฟซึ่งอยู่ในพื้นที่โครงการพัฒนารถไฟความเร็วสูง และชุมชนในเมืองบ้านไผ่เป็นชุมชนยากจนที่ประสบปัญหาน้ำท่วมต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ 

ชุมชนเหล่านี้ล้วนอาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยตามธรรมชาติ ไม่สามารถเข้าถึงการบริการขั้นพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคที่สำคัญ ทั้งน้ำประปา ไฟฟ้า ระบบระบายน้ำได้ ในขณะที่เมืองก็ยังคงมีการขยายตัวและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ส่งผลให้ชุมชนดังกล่าว ต้องเผชิญกับความไม่มั่นคงและไม่แน่นอนด้านที่อยู่อาศัย และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงเพิ่มมากขึ้น 

จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ทุกภาคส่วนประกอบด้วย หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม ต้องให้ความร่วมมือและมีส่วนร่วมในกระบวนการออกแบบ วางแผน และพัฒนาเมือง

เพื่อนำไปสู่การสร้างการเตรียมความพร้อมของชุมชนต่อการเปลี่ยนแปลงเมือง และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อให้เกิดความท่าเทียมและเป็นธรรมมากขึ้น 

 

ขอนแก่นในอดีตและปัจจุบัน

๐ การขับเคลื่อนการเตรียมความพร้อมด้วยภาคประชาสังคม

โครงการประชาสังคมร่วมแรงเพื่อเปลี่ยนแปลงเมือง (SUCCESS) สนับสนุนโดยสหภาพยุโรป (European Union: EU) ได้เล็งเห็นความสำคัญของปัญหาดังกล่าวและได้ดำเนินงานและมีแนวปฏิบัติที่สอดคล้องกับแผนแม่บทรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. 2558 - 2593 และแผนปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ (National Adaptation Plan: NAP) โดยเน้นการเสริมสร้างศักยภาพและทักษะของภาคประชาสังคม ท้องถิ่น และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง 

เพื่อเสริมสร้างการเตรียมความพร้อมของเมืองต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และจากภัยพิบัติ ผ่านการกำหนดนโยบายและวางแผนการพัฒนาเมืองอย่างเป็นระบบ ทางโครงการได้นำวิธีการ และเครื่องมือสำหรับการประเมินความเปราะบางต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและปรับให้มีความเหมาะสมกับบริบทของภูมิภาคมาใช้ 

เพื่อค้นหาปัจจัยที่เป็นสาเหตุของความเปราะบางของชุมชน และทำความเข้าใจว่ากลุ่มคนที่แตกต่างกันมีความเปราะบางต่างกันอย่างไร โดยเฉพาะกลุ่มคนด้อยโอกาส กลุ่มคนยากจน และกลุ่มสตรี และค้นหาปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อความเป็นอยู่ที่ดีและทำให้การบริหารจัดการเมืองเกิดความเท่าเทียมและเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น

โครงการ SUCCESS เป็นความร่วมมือระหว่างสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) มูลนิธิชุมชนสงขลา (SCF) ศูนย์ประชาสังคมและการจัดการองค์กรสาธารณประโยชน์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (CSNM) Maastricht University (UM) และองค์กรภาคประชาสังคมท้องถิ่นใน 2 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ โดยมีคณะกรรมการที่ปรึกษาระดับชาติ

ประกอบด้วย ดร.จำเนียร วรรัตน์ชัยพันธ์ ศ.สุริชัย หวันแก้ว และ ผศ.ดร.ยรรยงค์ อินทร์ม่วง รวมถึงมีผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติที่ให้การสนับสนุนเป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำการขับเคลื่อนโครงการ และมี ดร.ผกามาศ ถิ่นพังงา เป็นผู้พัฒนาโครงการและรับผิดชอบด้านวิชาการในฐานะผู้อำนวยการโครงการและผู้เชี่ยวชาญด้านเมืองกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 

"การประเมินความเปราะบางต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” จึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะนำสู่การปรับตัวและเตรียมความพร้อมของเมืองและชุมชนต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นระบบ เท่าเทียมและเป็นธรรมมากขึ้น 

 

ชุมชนเมือง ความเปราะบางต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ | TEI

โครงการ SUCCESS ทำงานร่วมกันกับองค์กรภาคประชาสังคม สนับสนุนการศึกษาประเมินความเปราะบางของชุมชนเมืองต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศใน 12 พื้นที่ใน 6 จังหวัด โดยประเด็นหลัก ได้แก่ ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง การขาดแคลนน้ำ และการกัดเซาะชายฝั่ง 

ภาคใต้ ได้แก่ พะตง ปาดังเบซาร์ ควนลัง และบ่อยาง จ.สงขลา, โตนดด้วน จ.พัทลุง และละงู จ.สตูล

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ ขอนแก่น บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น, สระใคร หนองคาย จ.หนองคาย, หนองสำโรง สามพร้าว จ.อุดรธานี


ที่มา https://www.bangkokbiznews.com/columnist/995755