สัมผัสวิถีชาวคลอง เกษตรคนเมือง เศรษฐกิจสีเขียว ย่านฝั่งธนบุรีที่ชุมชนพูนบำเพ็ญ

 
24 กุมภาพันธ์ 2565 | 19:15 น.

การเติบโตทางเศรษฐกิจและขยายโครงสร้างพื้นฐานของกรุงเทพมหานครในช่วงที่ผ่านมา ย่อมส่งผลต่อวิถีชีวิตริมคลองในกรุงเทพฯ ซึ่งยังคงเหลืออยู่ไม่มาก พื้นที่ริมคูคลองถูกเปลี่ยนเป็นพื้นที่อยู่อาศัย บางพื้นที่รกร้างขาดคนดูแล การขยายของถนนทำให้การสัญจรด้วยคลองถูกลดความสำคัญลง คนเริ่มให้ความสำคัญกับการออกไปทำงานภาคอุตสาหกรรมและงานรับจ้างมากขึ้น เกษตรในชุมชนลดลง การพึ่งพาน้ำใช้ตามธรรมชาติจากคลองเริ่มน้อยลง และค่อย ๆ เลือนหายไปจากกรุงเทพฯ

ชุมชนเก่าแก่ริมคลองฝั่งธนบุรี

ขณะเดียวกันยังมีชุมชนริมคลองและวิถีชีวิตชาวคลองแบบดั้งเดิมหลงเหลืออยู่ อย่างชุมชนพูนบำเพ็ญ ซึ่งเป็นชุมชนเล็ก ๆ ริมคลองบางเชือกหนัง คลองฝั่งธนบุรี ที่มีเนื้อที่ประมาณ 80 ไร่ แต่ถูกล้อมรอบด้วยอาคารที่อยู่อาศัย และอาคารพาณิชย์ ชุมชนแห่งนี้เป็นชุมชนริมคลองที่เก่าแก่มีอายุมากกว่า 100 ปี ตั้งอยู่ในซอยบางแวก 116 เขตภาษีเจริญ มีประชากรประมาณ 800 คน 183 หลังคาเรือน อยู่ร่วมกันในลักษณะกึ่งชนบทกึ่งเมืองส่วนใหญ่ใช้พื้นที่หลังบ้านทำการเกษตรแบบพึ่งตนเองด้วยภูมิปัญญาที่ถ่ายทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น มีบ้านเรือนตั้งอยู่ริมน้ำตลอดแนวคลอง และยังคงวิถีชีวิตริมน้ำไว้ มีการใช้พาหนะเรือในการสัญจร และค้าขายสินค้าสามารถพบได้ตลอดแนวลำคลอง ทำให้ชุมชนมีความเป็นเอกลักษณ์ คงมีเสน่ห์และสามารถอนุรักษ์วัฒนธรรมคนคลองมาจนถึงทุกวันนี้

นอกจากนี้ ชุมชนพูนบำเพ็ญมีความร่วมมือกับหน่วยงานวิชาการร่วมกันจัดทำแผนผังภูมินิเวศในการขับเคลื่อนการพัฒนาตามแนวทางเศรษฐกิจสีเขียว (Green economy) ซึ่งพร้อมจะปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงด้วยภาพลักษณ์ใหม่บนฐานของทุนทางสังคมและทุนทางนิเวศ

กลไกเครือข่ายเกษตรเมือง แหล่งอาหารปลอดภัย

“เกษตรคนเมือง วิถีชาวคลอง” ถูกริเริ่มขึ้นเพื่อขับเคลื่อนการเกษตรของชุมชน การปรับปรุงดิน การลดต้นทุนการผลิต ผลิตปุ๋ยหมักชีวภาพ และปุ๋ยไส้เดือน ลดต้นทุนการผลิต สมาชิกชุมชนร่วมกันพัฒนาโรงปุ๋ยหมักชีวภาพส่วนกลางของชุมชน โดยสร้างถังหมักปูน คัดแยกขยะไปหมัก สร้างโรงปุ๋ยไส้เดือน เพื่อลดต้นทุนการซื้อปุ๋ย การปรับปรุงดินบริเวณพื้นที่ส่วนกลาง และสวนส่วนบุคคล โดยได้รับความร่วมมือจากสำนักงานเขตภาษีเจริญเป็นอย่างดี ส่วนสมาชิกได้ลงแรงช่วยกันทำเกษตรในพื้นที่ส่วนกลาง ผลิตผลส่วนใหญ่แบ่งปันกันในกลุ่มสมาชิก และอยู่ระหว่างการสร้างศูนย์การเรียนรู้เกษตรอินทรีย์ เพื่อเป็นสถานที่รองรับการทำกิจกรรมในอนาคต

สมาชิกร่วมกันออกแบบเพิ่มพื้นที่และวางแผนพืชผักที่ปลูกในแต่ละพื้นที่ เพื่อเป็นอาหารของครอบครัวลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน และสามารถจำหน่ายผลผลิตเหล่านี้ให้กับนักท่องเที่ยว เช่น โครงการธนาคารอาหาร (Food bank) ชุมชนพูนบำเพ็ญ ซึ่งได้ริเริ่มกิจกรรมดังกล่าวขึ้นในช่วงเวลาที่การแพร่ระบาดของโควิด 19 ตั้งแต่เดือนเมษายน 2564 และกำลังขยายผลสู่การแลกเปลี่ยนสินค้าเกษตรกับผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ระหว่างชุมชน



ฟื้นฟูตลาดริมคลองรองรับการท่องเที่ยวชุมชน

หลังจากเกิดน้ำท่วมปี 2554 ทำให้การค้าขายในตลาดซบเซา ไม่มีนักท่องเที่ยว เกิดพื้นที่ร้าง ในปี 2564 ผู้นำชุมชนและสมาชิกชุมชนได้ร่วมกันฟื้นฟูตลาดบ้านไม้ชายคลองอีกครั้ง เพื่อสร้างรายได้ให้กับชาวบ้าน จึงเกิดการปรับปรุงตลาดริมน้ำที่มาจากการระดมความคิดร่วมกัน การร่วมแรงร่วมใจในการปรับปรุงพื้นที่ พัฒนาเส้นทางการเข้าถึงชุมชนทางบกและทางน้ำ ปรับปรุงท่าเรือด้านหน้าตลาดบ้านไม้ชายคลอง เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมชุมชน พร้อมพัฒนา “ลานน้ำนม” ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์พื้นที่จากประธานชุมชน นำมาเป็นพื้นที่ส่วนกลางในการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ของชุมชน

ส่วนพื้นที่แปลงเกษตรได้พัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้การท่องเที่ยวเกษตรอินทรีย์วิถีคนคลอง อาทิ บ้านไม้ชายคลอง เกษตรคนเมือง ซุ้มไม้ฉันท์คนบ้านนอก สถานีธงชัยกล้วยไม้งาม สวนเกษตรบ้านนายโอ เกษตรผสมผสานบ้านตาหวี สถานีคนคลอง บ้านขนมไทยมงคล และพัฒนาสถานีเรียนรู้โฮมสเตย์



ด้วยความโดดเด่นของชุมชนพูนบำเพ็ญที่มีความเป็นอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและสภาพพื้นที่จึงมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวตามแนวทางเศรษฐกิจสีเขียว กระจายรายได้สู่คนในชุมชนและสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน หากอยากร่วมสัมผัสชีวิตริมคลอง ใกล้ชิดธรรมชาติ และอากาศดีที่ชุมชนพูนบำเพ็ญ สามารถเดินทางจากสถานีรถไฟฟ้า MRT สถานีบางหว้า โดยมีรถสองแถวบริการไปยังซอยจรัญสนิทวงศ์ 13 ถนนบางแวก 116 ถึงชุมชนโดยตรง


เรียบเรียงโดย กรรณิการ์ จันทร์ชิดฟ้า และ สันธิลา ปิณฑะคุปต์ คณะนักวิจัย สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย